2006/Sep/05

เรื่องมันมีอยู่ว่า เพื่อนผมคนนึง สมมติว่าชื่อ บุ๋มละกัน มันทะเลาะกะแฟนมัน เพราะแฟนมันจับได้ว่า ไปแอบชอบหนุ่มคนนึง และมันก็เขียนไดอารี่เล่มนึง บอกว่ามันชอบคนคนนั้น พิมพ์ใส่กระดาษอย่างดี เป็นของขวัญ (ทำเพื่ออะไร)

และแล้วชีวิตก็เป็นอย่างในนิยาย แฟนมาเห็นสิครับ ว่ามีไดอารี่ซ่อนไว้ เป็นเรื่องครับ ทะเลาะกัน ฝ่ายชายก็ทั้งด่าทั้งตบ (โห) ทั้งงอน ขังตัวในห้องน้ำ ฝ่ายหญิงง้อแล้วก็ไม่ฟัง จึงกำยาพาราเซตามอล มา 1 กำมือ และรับประทานเข้าไปอย่างเอร็ดอร่อย เท่านั้น อีบุ๋มยังไม่อิ่ม กำอีกกำมือ ดกตามเข้าไป แทนที่ผัวมันจะช่วย แต่เสือกเดินหนีออกไปเลย อีบุ๋มก็ต้องหอบสังขารมานั่งที่เตียง พร้อมกับกดเบอร์โทรศัพท์หาเพื่อนคนนึง เพื่อให้มารับไปโรงพยาบาล เปล่าครับเพื่อนคนนั้นไม่ใช่ผม มันอ้วกออกมาครั้งแรก มีแต่น้ำสีขาว พาราละลายเร็วมาก ซักพักก็มีลิ่มสีดำออกมา มันนึกว่าเป็นน้ำตกที่มันเพิ่งกินเข้าไป แต่พออ้วกครั้งที่ 2 มันไม่ใช่แล้วนะ มันเป็นเลือด

บุ๋มมันเล่าให้ฟังว่า ไปตอนแรกเค้าก็ให้นอนรอหมอ (ทั้งๆที่คนไข้กะลังจาตาย) มันบอกว่ารอนานมากๆ หมอก็กลับมาพร้อมกับสายยางล้างท้อง พยาบาลมือหนักก็ยัดสายยางไปทางจมูกข้างซ้ายของมัน ยัดไม่เข้าเลยย้ายมาข้างขวา ข้างขวาก็ยัดไม่เข้าก็เลยดึงสายยางทำเปรอะไปด้วยลิ่มเลือดออกมา พยาบาลไปตามหมอมา หมอเลยยัดสายยางเข้าไปอย่างแรงพร้อมทั้งสั่งให้อีบุ๋มกลืน มันอ้วกออกมาเต็มหน้าเลยครับ อ้วกไหลดันเลือดออกมาเปรอะเต็มหน้าเหมือนผี มันก็ถามว่า หมอคะหนูจะตายไม๊ พยาบาลก็บอกว่า ไม่ตาย ไม่ตาย จนล้างท้องเสร็จ ก็นอนพัก ว้นรุ่นขึ้นครับ มีนิสิตอีกคนมานอนเตียงข้างอีบุ๋ม กินยาตายเหมือนกัน แต่คราวนี้กินยาแก้แพ้ โห มันจะฆ่าตัวตายอะไรกันนักหนา ไม่ตายและยังจะมาทรมานอีก ไม่ไหวเลย....





edit @ 2006/09/28 20:33:55

2006/Aug/19

วันนี้เข้าสายครับ เรียน 8 โมงเช้า แต่ตื่นไม่ทัน ที่สำคัญขาดได้อีกแค่ครั้งเดียวแล้วหลังจากที่ผมขาดไปทั้งหมด 5-6 อาทิตย์ได้ อาจารย์เตือนแล้วว่า ถ้าขาดอีกครั้งก็ไปดร็อปได้เลย โห! โคตรซวยเลย แล้วยังเสือกตื่นสายอีก ผมย่องเข้าห้องไปด้านหลังไม่ให้อาจารย์เห็น นุ่นนั่งเรียนอยู่แถวที่ 3 จะเดินไปนั่งด้วยก็ไม่กล้าเพราะเดี๋ยวอาจารย์เห็น ตอนนี้อาจารย์เขียนกระดานอยู่ผมก็เลยสวมรอยนั่งแถวหลังซะเลย โชคไม่ดีเลยครับ ที่จ๋านั่งแถวหลังสุด ผมไม่อยากเข้าใกล้เลยอ่ะ จ๋าหน้าตาดูหงุดหงิดเป็นพิเศษ ผมนั่งลงข้างๆจ๋า เพราะจ๋านั่งคนเดียว กลัวเขาจะหาว่าผมรังเกียจ จ๋าหันหน้ามามองผมสักพัก ยิ้มให้ ผมก็ยิ้มตอบ ดูปกติดีมากเมื่อตอนที่ยังไม่ออกฤทธิ์ คงจะมึนเมื่อหลายวันก่อนที่โดนผมตะคอกใส่ไป อีกซัก 2 ชั่วโมงก็จะเลิกเรียนแล้ว แต่รู้สึกว่ามันจะนานมาก ๆ ผมอึดอัดจริงๆ อยากนั่งกับนุ่น

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป ก็มีแต่ความเงียบ อาจารย์ก็บรรยายไปเรื่อยๆด้วยบรรยากาศที่ราบเรียบ จ๋าก็นั่งเงียบจดงานต่อไป ผิดปกติจริงๆ ผมนั่งคิดอยู่คนเดียวว่า ตอนนั้นผมพูดแรงไปหรือเปล่า แต่คิดไปคิดมา สิ่งที่จ๋าพูดมันก็แรงพอสมควร น่าจะใช้ความคิดสักหน่อยว่า คนที่พูดด้วยเป็นใคร พูดไปแล้วจะโกรธไหม ผมว่าจ๋าเป็นคนที่ไม่รู้จักคิดจริง ๆ ทำตัวไร้เหตุผลมากๆ ผมนั่งไปคิดไปซักพัก จ๋าก็ถามว่า "ทำไมไม่จดล่ะ อาจารย์ให้ส่งแล็คเชอร์ของวันนี้นะ" ผมก็ถามไปว่า จดเยอะไหมล่ะ กี่หน้าแล้ว จ๋าก็ยกขึ้นให้ดู ประมาณ 8 หน้าแล้ว สงสัยจะส่งไม่ทันแล้ว สมุดก็ไม่ได้เอามา จ๋าก็ฉีกกระดาษให้ผม ผมรับลอกแผ่นก่อน ๆ ของจ๋าไปก่อน ด้วยลายมือที่เหมือนลายตีน ผมรีบปั่นเลยครับ มือหงิก ปวดไปหมดเลย แต่ผมจดเร็วมาก อาจารย์ให้ส่งแล็คเชอร์เป็นการเช็คชื่อไปในตัว ผมก็ขาดโคตรบ่อย แถมยังขาดไม่ได้อีกแล้วด้วย แต่ สุดท้ายก็มีส่ง คิดแล้วอยากจะถอนคำพูดที่พูดตะคอกจ๋าไปวันนั้น ไม่น่าเลย ถ้าเราเฉยไว้ ก็อาจจะมองหน้ากันติดมากกว่านี้ก็ได้ ผมไม่อยากสร้างศรัตรู เพราะจ๋าก็ไม่ได้ชั่วขนาดทำร้ายใครนี่ แค่ปากหมา ซึ่งคนในครอบครัวผมก็เป็นหยั่งงี้เยอะไป บางทีถ้าเราไม่จับผิดใคร แล้วปล่อย ๆเขาไปบ้างก็จะดีเหมือนกัน จะได้ไม่มีทิดฐิต่อกัน

ผมขอบคุณจ๋า และเดินไปหานุ่นตอนเลิกเรียน นุ่นกระซิบบอกผมว่า เมื่อวานจ๋าไปมีเรื่องกับเด็กม.ปลายมา โดนตบจนหน้าแดงไปหมด ผมหันไปมองจ๋า ก็สังเกตเห็นว่าหน้าข้างซ้ายมีรอยแดงยาวมาถึงคอ แถวคอมีรอยเล็บ ผมเพิ่งสังเกตุเห็นเพราะผมนั่งด้านขวาของจ๋า จ๋าหันหน้าด้านขวามาทางผมตลอด จะมีเพียงแค่หันมาทักก็แวบเดียว ผมคิดในใจว่า ทำไมยังจะมาเรียนอีกนะ หน้าแดงขนาดนั้นแล้ว ผมถามต่อว่า มีเรื่องอะไรกันเหรอ นุ่นตอบว่า คงจะเป็นเรื่องเดิมๆน่ะแหละ ผมนึกเห็นภาพเลย ถึงตอนที่จ๋าไปหาเรื่องเด็ก หรือเด็กหาเรื่องจ๋าก็แล้วแต่ แต่คงจะหนีไม่พ้นเรื่องผู้ชายอีกตามเคย อย่างที่นุ่นเคยเล่าให้ฟังว่า เกิดขึ้นบ่อยมากๆ ตอนอยู่โรงเรียนเก่า นี่เป็นอีกสาเหตุ ที่นุ่น ปลีกตัวออกจากจ๋าเมื่อตอน ม.ปลาย กลัวโดนลากเข้าไปเกี่ยวข้องนี่เอง แต่ตอนเข้ามหาลัยเอกชนแห่งนี้ จ๋าก็ตามนุ่นเข้ามาด้วย แถวยังอยู่คณะเดียวกันอีก






edit @ 2006/09/04 23:45:13
edit @ 2006/09/04 23:48:40

2006/Aug/05

เกือบตีสองแล้ว กะว่าจะนอนสักหน่อย แต่ตามันดันสว่างขึ้นมาซะนี่ผมไม่อยากนอนหลับตา กลิ้งไปมาเพื่อข่มให้หลับ เอาวะพรุ่งนี้มีเรียนตอนบ่ายเดี๋ยวค่อยหลับก็ได้ คิดถึงนุ่นจัง อยากโทรไปคุยแก้เซ็ง แต่ไม่ดีกว่า

นุ่นเป็นแฟนผมครับ เราคบกันมาได้สัก 2เดือนเศษแล้ว นุ่นเป็นคนน่ารัก จิตใจดี มนุษยสัมพันธ์เป็นเลิศ หน้าตาก็สวย เรารู้จักกันเมื่อ3เดือนก่อนครับ ช่วงเปิดเทอมปี 1 นุ่นเป็นเด็กต่างจังหวัด เข้ามาเรียนที่มหาลัยแห่งนี้ พร้อมเพื่อนอีกฝูงที่มาจากโรงเรียนเดียวกัน นุ่นมีเพื่อน คนนึงที่มาจากห้องเดียวกัน ชื่อจ๋าครับ ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อสักเท่าไหร่ เพราะจ๋าออกจะเป็นคนประหลาดไปสักหน่อย พูดง่ายๆก็คือ เธอชอบเรียกร้องความสนใจน่ะครับ เพื่อนๆต่างก็รู้กัน นุ่นของผมน่ารักสุดแล้ว ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมาจากห้องเดียวกัน วีรกรรมของจ๋าเหรอครับ คือแบบว่าชอบพูดเสียงดัง เพื่อให้คนอื่นหันมามอง ชอบตะคอกนุ่น ซึ่งทำให้ผมไม่พอใจในหลาย ๆ ครั้ง นุ่นก็ไม่เคยโกรธนะครับ นุ่นเคยบอกผมว่า แค่นี้จ๋าก็ถูกเกลียดมากพอแล้ว เพราะโรงเรียนเก่า จ๋าถูกแบน ด้วยพฤติกรรมต่างๆที่ไม่เป็นที่พึงพอใจของเพื่อนๆ แต่พอเข้ามหาลัยก็ยังไม่ทิ้งนิสัยเดิมเลย

จ๋าชอบผม ผมรู้ตัวมาตลอดเลยครับ ชอบมอง แต่ก็โอเคครับ มีคนรักดีกว่ามีคนเกลียด แต่ที่ผมไม่ชอบใจเอามากๆก็คือ อย่าทำตัวข่มนุ่นได้ไหม อย่าตะคอกใส่นุ่นต่อหน้าคนอื่นหรือต่อหน้าผมก็ตาม ผมไม่ชอบ นานๆไปผมก็เริ่มรำคาญ เพราะจ๋าโทรมาหาผมบ่อยเหลือเกิน อ้างว่าถามการบ้านบ้าง และพูดจายุยงให้เลิกกะนุ่น บอกว่านุ่นเคยมี...แบบว่า สามี หลายคนและนุ่นต้องการจะจับผู้ชาย รวย ๆ (ผมไม่รวยมากหรอกครับ แค่พอมีพอกิน) ตอนนั้นเลือดก็เลยขึ้นหน้าเลยครับ ผมตะคอกใส่จ๋ามันไป ว่า ถ้าจะมาด่านุ่นให้ผมฟัง เอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่ดีกว่านี้ดีกว่า อย่าทำให้ผมไม่ชอบหน้าไปมากกว่านี้เลย จ๋าวางหูใส่เลยครับ แต่พูดจริงๆเลย ว่าผมไม่รู้สึกผิดที่พูดออกไปอย่างนั้น คนเราควรมีลิมิตบ้าง แต่ไม่สำหรับจ๋า สิ่งที่ผมทำได้ตอนนี้คือ เมินเฉยไม่เข้าไปยุ่งจะดีที่สุดครับ


www.corbis.com


edit @ 2006/09/04 23:45:45
edit @ 2006/09/04 23:46:56